หัวหิน & ชะอำ : Review แบ่งกันชมภาพสวย

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน | Share

เที่ยวหัวหิน ตอนหนึ่ง (ตามรอยอดีต เมื่อครั้งไปกับคุณแม่)

"วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆ" ผมรู้สึกเหมือนว่าเพิ่งไปหัวหินมาสัปดาห์ที่แล้วเอง แต่จริงๆแล้ว ไปมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นี้ผ่านมาครบ 1 เดือนพอดี ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2553 นี้

นับเป็นเรื่องบังเอิญที่พอ ดีผมรู้สึกคิดถึงอดีต ที่นั่น เมื่อครั้งพาคุณแม่ไปเที่ยวทริปรถไฟ หัวหิน-สวนสนประดิพัทธ์ ซึ่งประจวบเหมาะกับ ผมได้ค้นหารูปภาพเก่าๆ ที่ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก เมื่อประมาณปี พ.ศ.2533 เจอ

ในวันนี้ ที่ผมไม่มีแม่แล้ว ภาพในอดีตกับสถานที่ยังอยู่ในความทรงจำ ผมอยากจะย้อนกลับไปดูที่นั่นอีกครั้ง แม้เวลาจะผ่านไป 20 ปี บางครั้งยังคิดว่า คุณแม่ผมท่านยังอยู่ที่นั่น...

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:41

# ความคิดเห็นที่ : 1

ในทริปหัวหินนี้ ผมจะแบ่งเป็น 2 ตอน คือ

ตอน แรก ในการตามรอยอดีต ไปยังสถานที่ มุมกล้อง ที่เคยถ่ายภาพเก็บไว้ วันนี้ผมจะพาไปดูกันว่า ปัจจุบัน ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างไรบ้าง

ตอน สอง เป็นการหาดหัวหินครั้งแรกของผม (อาจดูเป็นเรื่องแปลกได้ ว่าตั้งแต่เกิดมากว่า 40 ปี ผมไม่เคยไปที่นั่นจริงๆเลยสักครั้ง) และรู้สึกถึงความแปลกไปจากหาดทรายชายทะเลทุกแห่งที่เคยไปมา

ในตอนแรก นี้ ผมขอกางแผนที่เดินทางไว้ก่อน(ตามระเบียบ) แม้ หัวหินจะเป็นสถานที่รู้จัก และคุ้นเคยของนักท่องเที่ยวเกือบทุกคนก็ตาม แต่การเส้นทาง ที่ผมเลือกนี้ (ตามเส้นสีชมพู) ผมใช้ถนนบายพาส ที่ตัดตรงจาก แยกไปชะอำ แล้วไปหาทางเข้า อ.หัวหิน ทีหลัง เพราะขากลับ กะจะวิ่งเลียบทะเล จะได้ไม่ซ้ำกันครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:17

# ความคิดเห็นที่ : 2

ตามสไตล์ คนตื่นสายของผม กว่าจะออกเดินทางได้ก็สายเต็มแก่แล้ว เจอปั๊มริมทางแห่งหนึ่ง แวะเข้าไปทำธุระส่วนตัว รู้สึกชอบในความสะอาดและสวย ก็เลยถ่ายภาพมาฝาก ตอนนี้ผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นปั้มอะไร ตรงช่วงไหนของ ถ.พระราม 2 หรือ ถ.เพชรเกษม เพียงแต่เป็นปั๊มที่มี ข้าวแกงบุพเฟต์ราคา 30 บาท ครับ (ใครจำได้ก็ช่วยบอกนะครับ)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:17

# ความคิดเห็นที่ : 3

เพื่อความรวบรัด ผมขอพามาที่ ถ.เพชรเกษม ช่วงบายพาส อันมีเอกลักษณ์ทิวสนในช่องกลางถนน (ช่วงวังมะนาว-เพชรบุรี ในปัจจุบันได้มีถนนเพิ่มขึ้นอีก 1 เส้นคู่ขนาน ทำให้ไม่ได้วิ่งรถใกล้กับทิวสนเหมือนดั่งเช่นเดิม)

ภาพบน : ดูจาก GPS Map แล้วพบว่าใกล้จะถึงสี่แยก ที่ไปหัวหิน และ วัดห้วยมงคล แล้ว

ภาพกลาง : มองเห็นป้ายสีเขียวๆ อยู่ลิบๆ โน่นแล้ว

ภาพล่าง : เมื่อใกล้เข้ามา ก็เห็นป้ายแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ถึงก่อนครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:18

# ความคิดเห็นที่ : 4

ภาพบน : ก่อนเจอป้ายเขียว ก็เจอป้ายขาว บอกระยะทางกันก่อน ไปหัวหินประมาณ 10 กม.เอง ผมไม่เคยเข้ามาทางนี้ เผื่อจะได้เห็นอะไรแปลกหูแปลกตาบ้าง

ภาพล่าง : ถึงป้ายเขียวแล้ว ก็เตรียมเลี้ยวซ้ายครับ เส้นทางกำลังปรับปรุงเลยขับยากหน่อย และทำให้รถเลอะเทอะขึ้นมาบ้าง (หาเรื่องเอง) แต่เส้นทางช่วงท้ายใกล้จะถึง หัวหิน จะเป็นเนินเขา ทางลง สวยมาก เพราะจะเห็นชายทะเล ตัวเมืองหัวหินด้วย แต่ยกกล้องขึ้นมาถ่ายไม่ทัน เพราะไม่รู้ล่วงหน้า และเกรงจะเกิดอันตรายได้ ครับ (ทางลำบาก แต่ก็ตบท้ายด้วยวิวสวยๆ ให้ดูแว๊บเดียว ครับ)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:18

# ความคิดเห็นที่ : 5

ในระหว่างการ Scan รูปคุณแม่ ผมยังน้ำตาคลอเบ้าเลย แถมเป็นหวัดด้วย เลยไปกันใหญ่ ต้องนอนพักก่อนจะเปิดกระทู้ครับ แม้ว่าท่านจะจากผมไปถึง 5 ปีแล้ว สมัยก่อน มีกันสองคน ไปไหนก็ซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปกันตลอด (ตอนนั้นยังไม่ได้ซื้อรถยนต์) ตั้งแต่เรียน เชียงใหม่ จนทำงานที่กรุงเทพฯ ยังไม่นึกว่าจะมีวันนี้....ที่ต้องจากกัน....

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:19

# ความคิดเห็นที่ : 6

ที่จริงแล้วผมก็เคยมา ที่หัวหินเพื่อระลึกความทรงจำ ที่สถานีรถไฟหัวหิน (ตรงพลับพลาที่ประทับ) และ เขาตะเกียบมาครั้งหนึ่งเมื่อเดือน กันยายน พ.ศ.2550 โน้น แต่ครั้งนั้นไม่มีรูปภาพถ่ายในอดีตมาเปรียบเทียบ เลยผิดเพี้ยนไปเล็กน้อยตรงตำแหน่งที่จอดรถหน้าวัดเขาไกรลาศ มาวันนี้ ไม่พลาดแน่ๆ เพราะผมนำรูปนั้นติดตัวไปด้วย

จุดแรกของการเดินทางก็มา เริ่มที่ สถานีรถไฟหัวหิน (ทั้งๆ ที่ไม่ได้นั่งรถไฟมา) โดยใช้ถนนลัดจาก ถ.เพชรเกษม-บายพาส ตรงมายัง อ.หัวหิน ซึ่งเหมือนกับเข้ามาทางหลังบ้าน แล้วเลี้ยวขวาขนานทางรถไฟไปเรื่อยๆ จนถึงสถานีรถไฟหัวหิน ตามแผนที่ข้างล่างนี้ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:20

# ความคิดเห็นที่ : 7

นี่เป็นภาพจากด้านหน้าสถานี(ฝั่งถนนที่ตรงไปยัง หาดหัวหิน) ซึ่งจะเห็นพลับพลาที่ประทับอยู่ขวามือ สวนไม้ประดับที่มีตัวครุฑ อยู่ตรงกลาง อาคารสถานีอยู่ถัดไป ด้านหน้าจะเป็นเกาะเล็กๆ ที่มีตู้รถไฟที่ใช้เป็นห้องสมุดการรถไฟอยู่ 2 ตู้ และด้านหน้าเป็นศาลพระพรหม ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:20

# ความคิดเห็นที่ : 8

ก่อนเข้าไปเที่ยวชมสถานีรถไฟ จะพาไปไหว้พระพรหมก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคลนะครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:20

# ความคิดเห็นที่ : 9

ด้านหลังศาลพระพรหม เป็นห้องสมุดการรถไฟหัวหิน ครับ (เพิ่งมาทราบตอนโพสกระทู้นี่แหละ ตอนนั้นคิดว่าเป็นตู้รถไฟที่ประทับ เพราะเห็นเขียนว่าจากสถานี จิตรลดา-หัวหิน) วันนี้ปิดครับ เพราะเปิดให้บริการ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09:00 - 17:00 น. (แหม... วันเที่ยวปกติเป็นวันอาทิตย์ ดันมาปิดเสียนี่... น่าจะปิดวันพุธ หรือ วันจันทร์ เหมือนสระว่ายน้ำบางแห่ง นะครับ)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:21

# ความคิดเห็นที่ : 10

ภาพบน : ลองเดินรอบๆ เกาะ ห้องสมุดการรถไฟดู ด้านหน้าอยู่ตรงข้ามกับอาคารสถานีรถไฟหัวหินพอดี แต่เนื่องจากวันนี้ปิด รั้วเลยกั้นไว้ จึงดูเหมือนอนุสาวรีย์มากกว่า

ภาพกลาง : ซูมป้ายบอกสถานีต้นทาง-ปลายทาง ข้างตู้ดู จะเห็นว่าเป็น "จิตรลดา-หัวหิน" คงจำลองประวัติศาสตร์ ทางรถไฟราชดำเนินในอดีตนะครับ

ภาพล่าง : นี่เป็นด้านหลังของห้องสมุดการรถไฟ ที่ประกอบด้วยตู้รถไฟสองตู้มาเชื่อมต่อกันด้วยห้องเล็กๆ จำไว้ ถ้าอยากจะเข้าไปชม ต้องไปวันอื่นๆ ที่ไม่ใช่วันอาทิตย์นะครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:21

# ความคิดเห็นที่ : 11

ภาพขวา : มาที่อาคารสถานีกันดีกว่า ช่วงนี้มีกำลังอยู่ในการปรับปรุง ให้สวยงามขึ้นมา ทางเข้าด้านฝั่งถนนเลยมีอะไรระเกะระกะอยู่เต็มไปหมด แต่ก็ยังมีคนมาถ่ายรูป(เหมือนผม) ตลอดเวลาครับ

ภาพซ้าย : มองไปทางซ้ายมือ จะเห็นห้องสุขาที่สุดสวย เข้ากับตัวอาคารสถานีอย่างมาก และแน่นอน การเข้าใช้ก็ต้องจ่ายเงินด้วยนะครับ ซึ่งก็ดีกว่าบางสถานี ที่นอกจากสกปรกมีกลิ่นแล้วยังต้องเสียเงินอยู่ดี

ส่วนรถของผม นั้นไปได้ที่จอดเลยห้องสุขาโน้นครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:22

# ความคิดเห็นที่ : 12

ภาพบน : ตรงที่จอดรถนี้ ผมเลยสะดุดตากับป้ายหัวหินอันใหม่ ซึ่งอยู่บนสวนหิน ให้ความรู้สึกถึงความเป็น หินได้ดี ไม่รู้ว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใด ผมเพิ่งเคยเห็น

ภาพล่าง : เดินอ้อมมาด้านหลัง ก็พบว่า ยิ่งดูมีความเป็นหินกันมากขึ้นไปอีก ชื่อหัวหิน ไม่น่าจะเป็นที่เล่นน้ำทะเลได้ เพราะปกติ ชายหาดจะมีแต่ทราย ถ้าแห่งใดมีหินเยอะ มักไม่เป็นที่นิยม เนื่องจาก อาจมีอันตรายจากคลื่นกระแทกเราให้โดนหินอีกที เหมือนที่หาดปึกเตียน และหาดเจ้าสำราญ ยามน้ำขึ้นมากๆ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:22

# ความคิดเห็นที่ : 13

ตอนนี้จะเข้าอาคารสถานีรถไฟหัวหินละ ก่อนเข้าขอถ่ายภาพชื่อสถานีตรงหน้าจั่วก่อน เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:22

# ความคิดเห็นที่ : 14

ภาพกลาง : ภายในตัวอาคารเมื่อก้าวเข้ามา จะสังเกตุเห็นเพดานมนโค้งตรงบริเวณขอบ ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นกัน น่าแปลกที่ไม่เห็นมีใครนั่งอยู่ข้างในเลย

ภาพขวา : เดินลอดมาทางด้านชานชาลารถไฟ จะเห็นป้ายชื่อสถานีอีกอันติดอยู่ ด้วยเอกลักษณ์ตัวอักษรของที่นี่ ที่ดูคล้ายกับ หัวบันไดเหลี่ยม

ภาพ ซ้าย : เป็นระฆังบอกสัญญาณรถไฟเข้า-ออก ซึ่งยังคงมีใช้อยู่ ถ้าหากผู้โดยสารเข้าใจรหัสสัญญาณ ก็จะทราบล่วงหน้าว่ารถไฟ กำลังจะเข้าสถานี จากด้านเหนือหรือใต้ และอยู่ใกล้มากน้อยเพียงใด ครับ (ดูแล้วก็เหมือนระฆังที่โรงเรียนเลย เพียงแต่ที่นี่ขัดเงามาก)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:22

# ความคิดเห็นที่ : 15

ภาพขวา : ยืนหันหน้าเข้าอาคารสถานี มองไปทางขวามือ จะเห็นที่นั่งไม้แบบเก่าวางเรียงรายกัน ไปจนสุดอาคารที่เป็นร้านขายของ

ภาพซ้าย : เดินมาทางร้านค้า แล้วหันไปทางซ้ายมือ จะเห็น อาคารพลับพลาที่ประทับ อยู่ถัดออกไปข้างนอก

ทั้งสองภาพ ผมยืนถ่ายคนละจุด ให้สังเกตุป้ายแสดงเวลาเดินรถนะครับ เพราะถ่ายกันคนละเวลา

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:23

# ความคิดเห็นที่ : 16

ภาพบน : นี่เป็นชานชาลาด้านใต้ ที่คนส่วนใหญ่ไม่มีใครสนใจ เพราะมุ่งไปถ่ายภาพพลับพลาที่ประทับ ตรงชานชาลาด้านเหนือกันหมด แต่ ชานชาลาด้านนี้ก็มีอะไรแปลกที่ไม่ค่อยมีคนทราบเช่นกันคือ สวนหิน ที่เป็นด้านหลังป้ายชื่อหัวหิน แบบหินๆ ตามภาพในคห.17

ภาพล่าง : มองไปฝั่งตรงกันข้ามสถานี จะเห็นหัวจักรรถไฟไอน้ำเก่า จอดไว้เป็นวัตถุโบราณ ถัดไปก็คือศาลาบุรฉัตร์ เดี๋ยวจะเดินไปชมใกล้ๆ ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:23

# ความคิดเห็นที่ : 17

ศาลาบุรฉัตร์ แห่งนี้ อยู่ในพื้นที่ สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน (Hua Hin Royal Golf Course) นะครับ เข้าไปนั่งเล่นไม่ได้ เพราะมีรั้วกั้นอยู่ สำหรับความเป็นมาของชื่อศาลานี้ ก็คือ ได้ตั้งให้เป็นเกียรติกับ "พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน" ที่เห็น พระบิดาแห่งการรถไฟไทย ครับ

ประวัติโดยย่อๆ ท่านเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 35 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาวาด ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2424 ท่านเป็นผู้รับผิดชอบการรถไฟต่อจากฝรั่งชาวต่างประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ.2453 จนได้รับตำแหน่ง ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ในปี พ.ศ.2460 จวบจนท่านได้ลาออกจากราชการไปในปี พ.ศ.2476 ไปประทับที่ประเทศ สิงค์โปร์ และสิ้นพระชนม์ ในปีพ.ศ.2479 ครับ (ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:23

# ความคิดเห็นที่ : 18

ออกไปยืนบนรางฝั่งตรงข้าม แล้วหันมาถ่ายภาพอาคารสถานี ฝั่งชานชาลารถไฟดูบ้าง ที่เห็นคนยืนๆ กันอยู่นั้น ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพกันทั้งนั้นนะครับ คนมารอรถไฟนั้นน้อยมากครับ เพราะสถานที่แห่งนี่ถือเป็นจุดสำคัญของเมืองหัวหิน และอยู่ไม่ไกลจากหาดหัวหิน คำนวณจากแผนที่ GPS Map ประมาณ 900 เมตร ก็ลงทะเลเลยครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:24

# ความคิดเห็นที่ : 19

ภาพขวา : มองไปทางซ้าย จะเห็นพลับพลาที่ประทับ และป้ายชื่อสถานี ยอดฮิต ที่หลายๆคน ที่มาเยือนต้องไม่พลาดถ่ายคู่ไว้เป็นที่ระลึกครับ

ภาพ ซ้าย : มองไปทางเหนืออีก จะเห็นชานชาลายาวไกล ปลายสุดนั่นคือ ป้ายชื่อสถานีตัวจริง ที่ทุกๆ สถานีรถไฟต้องมี แทบไม่น่าเชื่อว่า ไม่มีใครสนใจไปถ่าย (ผมเองก็ลืมเช่นกัน เพราะอยู่ไกลมาก ไม่มีเวลาต้องรีบไปจุดอื่นๆอีก)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:24

# ความคิดเห็นที่ : 20

ภาพซ้าย : ผมเดินมาทางเหนือจนถึง ป้ายบอกระยะทางระหว่างสถานี แล้วถ่ายภาพเก็บไว้เป็นธรรมเนียมนิยม จะเห็นว่าลงใต้ไปอีก 3.97 กม. ก็จะถึงสถานีหนองแก และต่อจากนั้นไปอีก 4.07 กม. ก็จะถึงป้ายหยุดรถสวนสนประดิพัทธ์ ที่ผมเคยมากับคุณแม่นั่นเอง (คือว่า ทริปรถไฟเขาจะไปส่งเราที่ สวนสนฯ ก่อน แล้วมีรถโดยสารท้องถิ่นมาพามาที่ สถานีรถไฟหัวหินอีกที)

ภาพขวา : ตรงจุดนี้ เมื่อมองไปทางขวา (ใต้) ก็จะเห็นพลับพลาที่ประทับและสถานีรถไฟหัวหินเต็มๆ ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:24

# ความคิดเห็นที่ : 21

ภาพขวา : ตอนนี้ผมกำลังจะเดินกลับ พอดีได้มุมถ่ายภาพที่เห็น ป้ายชื่อสถานีสวยๆ ทั้งสองด้านพร้อมๆ กันเลย แปลกดีเหมือนกัน กับ หอควบคุมเก่า แบบประแจโยกดึงสายลวด ซึ่งเลิกใช้แล้ว (ปัจจุบันใช้ระบบไฟฟ้าควบคุมแทน) อยู่ตรงข้ามอาคารสถานี

และที่สำคัญ คือ บนรางนั้นมีรถไฟจอดอยู่ ถ้าหากเป็นรถไฟเข้าสถานีปกติจะไม่จอดไกลแบบนั้น เพราะนี่คือ รถไฟนำเที่ยว ขบวนเดียวกับที่ผมเคยมากับคุณแม่ครับ (พึ่งนึกขึ้นได้ขณะที่ โพสข้อมูลนี่แหละ....)

ภาพซ้าย : ผมเดินมาจนถึงป้ายยอดฮิต ซึ่งไม่สามารถรอถ่ายภาพได้ เพราะคิวเยอะจริงๆ เลยถ่ายมาทั้งนักท่องเที่ยวนั่นแหละ ซึ่งตรงมุมนี้จะเห็นสวนหย่อมเล็กๆ ที่มีไม้ดัดเป็นรูปครุฑ ที่ยังคงอยู่ตั้งแต่ผมมากับคุณแม่ครั้งโน้นแน่ะ (ตามรูปคห.8 ตรงด้านซ้ายของรูป) ซึ่งตรงจุดที่ผมยืนอยู่นี่ จะสามารถมองเห็นถนนจากหาดหัวหิน ผ่านมาแนวตรงพอดี ครับ

สวัสดีครับ คุณtiger's nest : วันนี้ผมขอพักกระทู้กลับบ้านก่อนนะครับ ไว้พรุ่งนี้มาต่อกัน ที่เขาตะเกียบแห่งความทรงจำ แล้วแถม ด้วยวัดเขาจีนตะเกียบ ที่มีรูปเคารพสวยๆ ท่ามกลางวิวทะเลกว้าง ครับขอเชิญติดตามต่อได้ในวันพรุ่งนี้นะครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:25

# ความคิดเห็นที่ : 22

คือ ภาพนี้ผมเป็นคนบันทึกเอง หลังจากลงรถโดยสารคันที่เห็นในรูป ซึ่งรถคันนี้ได้พานักท่องเที่ยว ทริปรถไฟสวนสน-หัวหิน มาจาก สวนสนในตอนบ่าย มาจอดบนพื้นที่โล่งๆ อย่างที่เห็น ระหว่างวัดเขาไกรลาศ กับ ชายทะเลเขาตะเกียบ

เนื่องจาก คุณแม่ผมท่านหัวเข่าไม่ดี จึงได้เลือกไปชายทะเลเขาตะเกียบดีกว่า และดูใกล้ๆ ด้วย จำได้ว่า ทางลงหาด นั้นกว้าง พอประมาณ แม้จะมีร้านค้าขวางไว้ แล้วเว้นช่องให้เดินได้ก็ตาม

แต่พอไปครั้งหลังนี้ (รวมทั้งครั้งนี้) จะเห็นว่า พื้นที่จอดรถนั้นได้หายไป กลับมีถนนเล็กๆ โค้งๆแทน และพ้นโค้งก็มีช่องทางเดินลงไปทะเลเล็กๆ ทำให้งง? ว่าเกิดอะไรขึ้น แถมมุมภาพถ่าย ที่เห็นวัดเขาไกรลาศแบบในรูป ก็ทำไม่ได้แล้ว งานนี้เลยต้องสืบค้นกันน่าดู ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:25

# ความคิดเห็นที่ : 23

ก่อนอื่นขอลากแผนที่ หัวหิน เน้นที่หาดทรายเชื่อมระหว่าง หัวหินกับเขาตะเกียบชัดๆ ชนิดที่ไม่เคยเห็นในแผนที่ใดๆ มาก่อน (ว่าเข้าไปนั่น...)

ว่าเส้น ทางมายังเขาตะเกียบนี่ (ประมาณ 7 กม.) ก็งงๆ พอสมควร ถ้าหากไม่เคยมา คือตรงหัวโค้งถนนเลี้ยวขวา ให้ตรงเข้ามาเลย เป็นถนนรถแล่นสวนทาง จนใกล้จะถึง เขาตะเกียบ ก็จะมีถนนทางเดียว เข้าไป..... จนเห็นวัดเขาไกรลาศอยู่ทางขวามือ ตามแผนที่ข้างล่างครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:28

# ความคิดเห็นที่ : 24

เพื่อให้ชัดเจนในการวิเคราะห์ ต้องขอลากแผนที่ตรงจุดนี้ ขยายให้ชัดๆ เลยครับ

จาก แผนที่จะเห็น ตารางสีเทา ซึ่งแสดงถึงพื้นที่เอกชนในปัจจุบัน และที่คาดว่าเคยเป็นลานดินลูกรังโล่งๆ ในภาพ คห.31 ที่รถโดยสารไปจอด น่าจะเป็นพื้นที่ของของ คอนโด - ทาวน์เฮาส์ - ภัตตาคาร ในปัจจุบัน เพราะไม่สามารถหาพื้นที่โล่งดังกล่าวได้แล้ว และมุมกล้องที่มอง วัดเขาไกรลาศ แบบเห็นโบสถ์ บนยอดเขาชัดๆ ก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะนอกจากตำแหน่งเดิม นั้นเดินเข้าไปมองไม่ได้ แล้วยังเจอสิ่งก่อสร้าง (เสาวิทยุ) กับ ต้นไม้บดบังไปจนเกือบหมดด้วย

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:28

# ความคิดเห็นที่ : 25

จุดที่สงสัย ว่าเป็นจุดเดียวกับที่เคยถ่ายภาพไว้เมื่อ ปี พ.ศ.2553 ก็คือ ตรงสามแยกใกล้จุดจอดรถโดยสารในปัจจุบัน (ดูแผนที่ คห.33) เมื่อดูรูปที่ผมถ่ายใหม่ กับของเดิม แล้ว จะพบองค์ประกอบทั้ง 3 จุดของภาพคล้ายกัน คือ หอพระ, หอระฆัง และ โบสถ์ บนเนินเขา

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:28

# ความคิดเห็นที่ : 26

แต่พอสังเกตุ หอพระด้านซ้าย จะพบความแตกต่าง คือ มุมมองที่ต่างกัน คือ รูปเดิมจะเห็นแนวตรงๆ แต่รูปใหม่นี้จะเอียงไปทางซ้ายเล็กน้อย นั่นคือ ยังไม่ใช่จุดเดิมที่ถ่ายภาพ ครับ

ภาพล่างขวา : คือจุดเดิม ให้สังเกตุ หอพระไว้อ้างอิงนะครับ

ภาพ บนซ้าย : เลื่อนไปจากภาพบน (คห.34) ไปยืนหน้าคอนโด (เข้าไปตรงหน้าป้อมยาม จนมีแม่บ้านออกมาสอบถาม ซึ่งผมได้โชว์ให้เขาดู เขารู้สึกประทับใจว่า ผมยังมีรูปเก่าๆ ตรงนี้ด้วย คอนโดที่นี่สร้างมาเกือบสิบปีแล้ว

ภาพบน ขวา : เลื่อนไปอีกหน่อย ตรงทาวน์เฮาส์ พบว่า มุมมองหอพระใกล้เคียงกับรูปต้นฉบับเข้ามาหน่อย แต่ไม่สามารถเดินถอยหลังให้ห่างต่อไปได้ เพราะตัวอาคารทาวน์เฮาส์ได้บังไปทั้งหมด

ภาพล่างซ้าย : เลื่อนมาอีก ก็เป็นลานหน้าภัตตาคารสุภัทราริมทะเล เดินเข้าไปได้หน่อย ก็หันมาเล็ง พบว่าใกล้เคียงกับ ภาพเดิมที่ถ่ายไว้เมื่อปี 2533 แสดงว่า ตรงจุดนี้แหละ น่าจะเป็นลานดินลูกรังกว้าง ที่ตอนนั้นถมไว้เฉยๆ ยังไม่ได้สร้างก่อสร้างอาคารใดๆ ซึ่งทำให้สามารถเดินไปยัง หาดทราย(เขาตะเกียบ) ได้อย่างสะดวก

ซึ่งในปัจจุบันพบว่า คงเหลือถนนเล็กๆ แคบๆ (เปลี่ยวด้วย) เลี้ยวซ้ายโอบภัตตาคาร ไปเลี้ยวขวาอีกที ซึ่งตรงหัวมุมเลี้ยวขวา(ตามแผนที่ คห.33) นี้แหละมีที่จอดรถส่วนตัว สำหรับมาหาดนี้ ซึ่งดูเหมือนที่จอดรถเอกชน เลยต้องทำเป็นลงไปซื้อของกินกันหน่อย(เกรงใจ)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:29

# ความคิดเห็นที่ : 27

สาเหตุหนึ่งที่ อยากไปตามรอยอดีต ก็คือ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2550 ผมได้ไปที่นั่นมาครั้งหนึ่งแล้ว และก็ได้ถ่ายภาพข้างล่างนี้มา จากตรงลานหน้าวัด เชิงบันไดขึ้น ซึ่งมองแทบไม่เห็นโบสถ์บนเนินเขาเลย ทำให้รู้สึกว่าไม่ใช่จุดเดิมที่รถโดยสารไปจอดเมื่อปี พ.ศ.2533 แน่นอน เลยกลับไปค้นหาภาพในคห.31 นี้อีกครั้ง กว่าจะมีโอกาสมาที่นี่อีกครั้งก็อีกตั้ง 3 ปีน่ะ(ผ่านไป ไวแทบไม่น่าเชื่อ) คราวนี้เพื่อไม่ให้พลาด เลยนำรูปติดตัวมาด้วย แล้วยกเล็งเพื่อหาตำแหน่งแบบเป๊ะๆ เลย

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:29

# ความคิดเห็นที่ : 28

เสร็จจากจุดแรก ก็ไปหาจุดสองกันเลย จากรูปซ้าย เดิม จะใช้ก้อนหินเป็นหลัก ซึ่งเมื่อมองจากฝั่ง จะไม่รู้ ต้องไปดูจากด้านข้าง จึงจะเห็นเป็นรูปเช่นเดียวกัน แทบไม่น่าเชื่อว่าผ่านไป 20 ปี ก้อนหินจะยังคงเดิมเกือบ 100% เพียงแต่วันนี้ไม่มี คุณแม่ผมมาด้วยครับ

อ้อ..ให้สังเกตุที่เงาด้วย ว่ามีลักษณะทอดยาวคล้ายกัน ซึ่งน่าจะเป็นเวลาใกล้เคียงกันคือ ประมาณบ่าย 3 โมงเย็น

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:30

# ความคิดเห็นที่ : 29

หันมาด้านทะเลตรงๆ บ้าง มุมที่เห็นศาลเจ้าริมทะเลหลังใหญ่เด่นสง่า ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาบ้าง เช่น เปลี่ยนพื้นผิวศาล ศาลพระภูมิหายไป และมีเสาธงขึ้นมา ส่วนข้างล่างนั้นมีก้อนหินมากมาย ยากแก่การสังเกตุ แต่อย่าบอกว่า เรือหายไปนะครับ...ฮา

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:30

# ความคิดเห็นที่ : 30

และอีกรูปหนึ่ง เป็นพระยืนอยู่ข้างหลัง ซึ่ง ตอนนั้นผมก็จำได้ว่ามองเห็น พระเกือบเต็มองค์เลย ไปครั้งหลัง นี้ กลับมองแทบไม่เห็น ก็เพราะต้นไม้ได้โตขึ้นมาบดบังตามธรรมชาติครับ

ตรงจุดนี้ ผมต้องอาศัยจุดอ้างอิงจากรอยแตก และก้อนหินในภาพเดิม จนสามารถถ่ายได้เกือบจะเป็นจุดเดิมเลยครับ คิดถึงคุณแม่มากครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:30

# ความคิดเห็นที่ : 31

ก่อนไปจากชายหาดหัวหิน ด้านเขาตะเกียบนี้ ขอบันทึกภาพเก็บไว้เพื่อเป็นที่ระลึก ว่ามีสภาพเป็นเช่นไร ในปีนี้ ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกก็ได้

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:31

# ความคิดเห็นที่ : 32

ที่จริงแล้ว ชายหาดที่นี่ก็น่าเล่นน้ำไม่น้อย หากแต่ว่าไม่มีส่วนบริการสาธารณะเลย เพราะถูกสร้างเป็นที่พักกันไปหมด เล่นน้ำแล้วไม่รู้จะไปล้างตัวตรงไหน จะไปนั่งปูเสื่อก็แดดจ้าไร้ร่มไม้ใดๆ เหมาะสำหรับคนมาพักตามโรงแรมเหล่านี้เท่านั้น คือเล่นน้ำแล้วก็ขึ้นไปอาบที่ห้อง เลยเหมาะสำหรับถ่ายภาพเท่านั้น

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:31

# ความคิดเห็นที่ : 33

และรูปนี้ผมได้ถ่ายไว้เมื่อ กย.50 โน้นครับ ซึ่งเป็นมุมมองที่มาจากบริเวณ ฐานพระยืน ซึ่งจะมองเห็นช่องทางเข้ามายังหาดแห่งนี้ชัดๆ ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:31

# ความคิดเห็นที่ : 34

เสร็จจากภาระกิจตามรอยอดีต แล้วก็ไปเที่ยวกันต่อ กับสถานที่แห่งใหม่ ที่ผมยังไม่เคยไป คือ วัดเขาจีนตะเกียบ

มา ครั้งก่อน (กย.50) ผมไม่ได้เข้าไป เพราะไม่มีเวลา และคิดว่าคงเป็นแค่ศาลเจ้าทั่วไป แต่ต่อมามีคนนำรูปเจ้าแม่กวนอิม และวิวริมทะเลมาให้ดูกัน เลยอยากไปดูบ้าง อ้อ..ในคราวนั้นมีป้ายบอกว่า ห้ามรถยนต์เข้าด้วย แถมลิงก็เยอะ เลยรู้สึกกลัวๆ ลิงด้วย

จากลานจอด รถหน้าพระเจดีย์เขาตะเกียบ ที่มีบันไดสูงๆ ขึ้นไป จะเห็นรูปปั้นไดโนเสาร์ ตอนนี้มีสีเขียว ตั้งอยู่หลังตู้รับบริจาคอาหารลิง(ใกล้โทรศัพท์สาธารณะ) มองไปทางซ้ายจะเห็นทางลาดลงไปข้างล่าง วัดเขาจีนตะเกียบอยู่ที่นั่นครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:32

# ความคิดเห็นที่ : 35

เท่าที่สังเกตุไม่เห็นมีป้ายชื่อวัดจีนเขาตะเกียบเลย หากแต่อาจเป็นแค่ศาลเจ้าจีนเท่านั้น ก็ได้ และระหว่างทางเดินลงไป ก็เห็นมีแต่ แม่ชี หลายองค์

ตอนแรกผมคิดว่าห้ามนำรถยนต์เข้าไป เลยตัดสินใจเดินเท้าเข้าไป เป็นระยะทางประมาณ 250 เมตร ก็จะถึงลานกว้างด้านหน้าที่บูชาองค์เจ้าแม่กวนอิม

ภาพซ้าย : เส้นทางที่ลาดลงไปยังวัดเขาจีนตะเกียบ ที่เลียบวิวทะเลไปเรื่อยๆ

ภาพกลาง : ระหว่างเดินก็ได้ชมชีวิตเจ้าจ๋อตัวน้อยๆ วิ่งเล่นอย่างซุกซน (แต่ผมรู้สึกกลัวว่าพวกมันจะแกล้งฉกของผมไป)

ภาพ ขวา : ก่อนถึงทางเลี้ยวขวา จะมีลานจอดรถด้านบน เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากให้รถต้องไต่เนินลาดชันลงไป อันเป็นการเสี่ยงต่อการเฉี่ยวชนลิง และเนื่องจากถนนเล็ก ถ้ามีรถเข้าออกมากๆ จะลำบากไม่น้อย

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:32

# ความคิดเห็นที่ : 36

ภาพซ้าย : เป็นหัวโค้งชมวิว ก่อนจะเลี้ยวขวาลงไปยังวัดเขาจีนตะเกียบ ตรงนี้จะมีทางลงไปยังทะเล ที่โขดหินที่มีรูปปั้นนางเงือกด้วย

ภาพขวา : เลี้ยวขวาแล้วก็ยังไม่ถึงวัดนะครับ จะมีจุดให้อาหารลิงอยู่ด้านขวา ซึ่งแม่ชีจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:32

# ความคิดเห็นที่ : 37

ภาพซ้าย : นี่เป็นสภาพทางเข้าวัด ที่ลาดลงไปมากพอสมควร ถ้าหากฝนตกต้องระวังให้มาก ข้างหน้ามองเห็นลานกว้างหน้าแท่นบูชาเจ้าแม่กวนอิม แล้วครับ ซึ่ง ด้านซ้าย ระหว่างศาลา จะมีช่องพอเดินเข้าไปยืนชมวิวทะเลได้

ภาพขวา : เมื่อเข้าไปยืนดูวิว ก็จะเห็นชายทะเลหัวหินอยู่ไกลๆ แต่ที่น่าสนใจก็คือ ตรงโขดหินข้างล่างนี้ มีรูปปั้นอะไรนั่งอยู่....อ๋อ...นางเงือกนั่นเอง

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:33

# ความคิดเห็นที่ : 38

ภาพซ้าย : จากช่องว่างระหว่างศาลา ในภาพขวาของ คห.46 ได้หันกลับมาดูทางที่เพิ่งเดินลงมา นับว่าคดเคี้ยวสูงชันและแคบ เหมือนบรรยากาศในหมู่บ้านจีนโบราณเลย

ภาพขวา : พอดีมีคนมาซื้ออาหารให้ลิงกิน ลิงก็เลยเริ่มระดมพล มากันเยอะเลย

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:33

# ความคิดเห็นที่ : 39

ภาพซ้าย : ผมมุ่งหน้าเดินต่อไปครับ ข้างหน้าเป็นศาลาทำบุญครับ มีพระสงฆ์มาคอยรับสังฆทานด้วย

ภาพ ขวา : เป็นบันไดทางขึ้นไปแท่นบูชา เพื่อกราบไหว้ เจ้าแม่กวนอิม ครับ มีคำเตือนให้ถอดรองเท้าด้วย แต่แดดร้อนจ้าเลย ถือเป็นการทดสอบความศรัทธาไปในตัวด้วยครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:33

# ความคิดเห็นที่ : 40

ภาพขวา : ข้างหน้าผมก็คือ ลานกว้างหน้าแท่นบูชา แดดกำลังจ้าเลยครับ มีศาลาพักร้อนอยู่ปลายสุดโน้น (ด้านทิศใต้)

ภาพซ้าย : ผมเดินผ่านลานกว้างไปทางใต้ แล้วหันกลับมามอง ด้านทิศเหนือที่เพิ่งผ่านมา จะเห็นหาดหัวหินอยู่ลิบๆ โน้นครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:34

# ความคิดเห็นที่ : 41

ผมเดินมาเล็งกล้องที่ระเบียงชมวิว กันหน่อย ตรงนี้จะเห็นรูปปั้นนางเงือก ตรงโขดหินที่ลาดชันลงไปในทะเลด้วย เดี๋ยวตอนขากลับผมจะแวะไปดูใกล้ๆ ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:34

# ความคิดเห็นที่ : 42

ลองใช้กล้องซูมเข้าไปใกล้ๆ ตรงหาดหัวหินกันหน่อย ด้วยประสิทธิภาพน้อยๆ ของกล้องคอมแพ็ค ก็ได้แค่นี้ (นับว่าเก่ง) พอเห็น อาคารโรงแรมฮิลตัน ที่มีลักษณะเฉพาะคือ ด้านติดทะเลจะเฉียงๆ ตรงนั้นจะอยู่ใกล้กับ ทางลงหาดหัวหินพอดี (ผมมาทราบเมื่อไปถึงที่นั้นแล้ว)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:34

# ความคิดเห็นที่ : 43

ผมหันมาทางแท่นบูชาเจ้าแม่กวนอิม ก็ได้พบความอลังการณ์ อย่างที่เห็นครับ เดิมจะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมปางหลั่งน้ำจากคนโท เท่านั้น แต่ปัจจุบันได้มี รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมปางพันมือ สูงตระหง่านอยู่ข้างหลังองค์เดิมครับ นับว่ามีความงดงาม ตัดกับ สีใบไม้ และโขดหินข้างหลัง ราวกับเป็นม่านให้พร้อมเสร็จ ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:35

# ความคิดเห็นที่ : 44

ด้านใต้นี้ก็มีบันไดขึ้นอีกเช่นกัน ผมเลือกทางนี้เพื่อจะได้เดินผ่านไปลงบันไดด้านเหนือ ครับ ก่อนขึ้นก็ต้องถอดรองเท้าเช่นกัน (เพียงแต่ต้องคอยถือรองเท้า เพื่อจะได้นำไปลงที่บันไดอีกด้าน)

การถอดรองเท้านี้ นอกจากจะเป็นวัฒนธรรมแห่งการทำความเคารพแล้ว (เปรียบเหมือนกับว่า ได้ขึ้นไปไหว้ บนฟ้า เพราะมังกรคู่ด้านหน้า ได้เล่นดวงไฟบนก้อนเมฆอยู่ระดับเดียวกับพื้นแท่นบูชาด้วย) ก็ยังเป็นการกระตุ้นเตือนจิตใจตัวเราเอง ในระหว่างก้าวเดินให้มีสติ เหมือนกับการเดินจงกรม ยิ่งแดดร้อนๆ แล้วยิ่งทำให้เราลืมสิ่งต่างๆ รอบตัวไปเลยครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:35

# ความคิดเห็นที่ : 45

ก่อนขึ้นไป ขอเก็บภาพ เจ้าแม่กวนอิม ปางพันมือ แบบชัดๆ ตรงๆ หน่อยครับ คือต้องยืนถ่ายภาพจากระยะไกล ถ้าหากเข้าไปใกล้จะได้มุมเงยแทน

สัง เกตุว่า ปางพันมือ องค์นี้จะมีพระพักตร์ 21 หน้า พระกร 24 แขน (ข้างละ 12 แขน) ถือเป็นตัวอย่างจากจำนวนทั้งหมด 1,000 มือ ซึ่งมีที่มาจากความเชื่อในศาสนา ที่พระองค์ท่านได้อธิฐานเพื่อช่วยเหลือชาวจีนที่จมน้ำท่วม ที่ แม่น้ำฮวงโห เมื่อหนึ่งหมื่นปีมาแล้ว

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:35

# ความคิดเห็นที่ : 46

นี่เป็นแท่นบูชาด้านหน้าองค์เจ้าแม่กวนอิม ที่อีกชื่อหนึ่งว่า "มหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร" ครับ จากรูป เขาเรียกว่า ปางประทานพร (เทน้ำทิพย์) ทรงประทับยืนบนหลังมังกร ที่กำลังแหวกว่ายบนก้อนเมฆ ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:36

# ความคิดเห็นที่ : 47

มองไปข้างหน้าแท่นบูชา ตรงริมขอบจะมีรูปปั้นมังกรคู่เล่นดวงไฟ บนก้อนเมฆ นับว่าสวยมาก

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:36

# ความคิดเห็นที่ : 48

ผมรู้สึกชอบมังกรคู่นี้มาก นับเป็นสัตว์ในเทพนิยายที่มีความงดงามสลับซับซ้อน (แค่การเช็ดทำความสะอาดก็ถือว่ายากแล้ว) เลยถ่ายภาพมาหลายมุมหน่อย

เนื่องจาก ไม่มีพื้นที่ยืนให้ถ่ายภาพ จึงยากแก่การถ่ายให้ครอบคลุมทั้งสองตัว มาได้ในภาพซ้ายนี่แหละ

เห็นสวยๆแบบนี้ อย่าเผลอเข้าไปจับตัวมังกรเข้าล่ะ เดี๋ยวของจะเสียครับ (จับคนละนิด ไม่นานก็พัง)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:36

# ความคิดเห็นที่ : 49

ลองถ่ายในมุม Unseen บ้าง คือตรงราวระเบียงด้านหน้าแท่นบูชา ที่จะเห็นตัวมังกรได้สองส่วน คือ ส่วนนอกระเบียง กับ ส่วนในระเบียง ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:37

# ความคิดเห็นที่ : 50

ภาพซ้าย : ขอบันทึกภาพรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมทั้งสองปางพร้อมๆ กัน (ต้องหามุมถ่ายยากไม่น้อย เพราะด้วยขนาดที่แตกต่างกันมาก)

ภาพ ขวา : ทางด้านขวาขององค์เจ้าแม่กวนอิม ก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อีกให้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล เช่น ศาลเซียน พระสังกัจจายน์ "พระแห่งโชคลาภ" มีประวัติย่อๆ ที่ผมไม่เคยทราบมาก่อนคือ

ท่านเป็น พุทธสาวกของพระพุทธเจ้า พระนามเดิมคือ "กัจจายนะปุโรหิต" ที่กรุงกรุงอุชเชนี ได้ออกบวชตามเสด็จพระพุทธเจ้า จนสำเร็จพระอรหันต์ กลับมาโปรดพระเจ้าจัณฑปัชโชต แต่พระองค์มีรูปงาม ผิวเหลืองเหมือนทอง จนมีเศรษฐีหนุ่ม "โสเรยยะบุตร" พูดก้าวล่วงท่าน ว่าอยากได้ภรรยาที่รูปกายงดงามเหมือนท่าน ฉับพลัน เศรษฐีคนนั้นก็กลายร่างเป็นผู้หญิงทันที แล้วหนีไป ต่อมาได้สามีและบุตรสองคน ก็กลับมาขอขมาท่าน จึงได้กลับมาเป็นเพศชายดังเดิม นับว่าท่านเป็นพุทธสาวก องค์หนึ่งที่มีฤทธิ์อำนาจ เหมือนกัน

และอันความงามของรูปกายท่าน ได้ทำให้ผู้หญิงที่มาฟังธรรมได้ปั่นป่วนจิตใจ ท่านจึงเนรมิตกาย ให้อ้วนพุงพลุ้ย น่าเกลียด เพื่อความสงบแห่งจิตและกิเลส ครับ

อ้อ..เพิ่งสังเกตุเห็นใจในรูปขณะโพสนี้ ว่า ใต้ฐานองค์พระสังกัจจายน์ นี้เป็นที่บรรจุอัฐถิ ด้วย

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:37

# ความคิดเห็นที่ : 51

ภาพบนซ้าย : ตอนนี้ได้เวลากลับ แล้วละครับ ข้างหน้าคือ ศาลาทำบุญ ที่มีการถวายสังฆทาน จากที่อยู่ติดทะเลนี้ทำให้เป็นการทำบุญที่ได้รับอากาศสดชื่น สบายตา ที่สุดเท่าที่เห็นครับ

ภาพขวา : มองไปกลับไปยังทางเข้าออก ที่ต้องเดินย้อนขึ้นไป ด้านขวามือ ติดกับศาลาทำบุญนี้ก็คือ จุดชมวิวโขดหินริมทะเลที่มีรูปปั้นนางเงือกอยู่ ตามภาพขวาในคห.46 นั่นเอง

ภาพล่างซ้าย : ตรงจุดนั้น ศาลาที่อยู่ติดกันก็คือ โรงเจพระแม่กวนอิม (เขาตะเกียบ) ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:37

# ความคิดเห็นที่ : 52

ภาพบน : ผมเดินกลับไปยังหัวโค้งชมวิวทะเล ตามรูปซ้ายในคห.45 ซึ่งจะมีบันไดลงไปข้างล่าง ซึ่งเป็นบันไดที่มีราว เดินสบาย

ภาพกลาง : สบายนิดเดียว บันไดช่วงต่อไป ก็ไม่มีราวให้ยึด แถมยังแตกร้าว ต้องค่อยๆ เดินอย่างระวังหน่อย ข้างล่างดูชันมาก แถมยังโล่งๆ อย่างไงชอบกล ตอนนี้มองเห็นรูปปั้นนางเงือกแล้วครับ

ภาพล่าง : คราวนี้หมดบันไดแล้ว เจอหินลาดเอียงเทลงไปในทะเลเลย ผมต้องถอดรองเท้าเดิน ท่ามกลางแดดร้อนๆ (อีกแล้วครับ) มองเห็นสุนัขหมู่ เดินอยู่ข้างล่าง พวกมันช่างไม่กลัวตกทะเลเลย

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:38

# ความคิดเห็นที่ : 53

ตอนนี้ต้องแทบจะนั่งถัดลงมาเลย เพราะพื้นลาดชัน โดยไม่มีอะไรรองรับข้างล่าง ถ้าลื่นก็ตกทะเลอย่างเดียว บรื๋อยย์.....

ภาพซ้าย : มองไปทางซ้ายมือ จะเห็นชายทะเลหาดหัวหินอยู่ไกลๆ

ภาพ ขวา : มองไปทางขวา จะเห็นรูปปั้นนางเงือกอยู่ใกล้ๆ ข้างหลังคือ วัดเขาจีนตะเกียบ ที่เพิ่งไปมา ครับ แหม..เจ้าสุนัขหมู่ นี้พากันไปไหนมา ยังกับพวกทีมสำรวจเลย...ฮา

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:38

# ความคิดเห็นที่ : 54

ไหนๆ ก็มาแล้ว เลยพยายามลงไปให้ใกล้ทะเลให้มากที่สุด (ถ้ามากกว่านี้ก็อาจลื่นตกทะเลได้ เพราะยิ่งใกล้น้ำทะเลพื้นหินก็จะเปียก)

ภาพซ้าย : มองไปทางซ้าย อีกที พอดีมีเรือประมงผ่านมา ดูเป็นธรรมชาติดีมาก น่านั่งเล่นนานๆ (ถ้าแดดไม่ร้อน)

ภาพ ขวา : มองไปทางขวา จะเห็นลักษณะชายน้ำที่ หินลาดชันลงไปในทะเลเลย โดยไม่มีหาด หรือแม้แต่เชิงทางราบให้ยืนได้ ถ้าลื่นตกไปในทะเลก็ไม่รู้อีกว่าลึกเท่าใด แต่จะว่าไปแล้ว แถวนี้น่าจะเรียกว่า หัวหิน จริงๆ เพราะมีแต่หิน ที่ดูมากมายเข้มข้น ที่สมควรจะเรียกว่า "หัว" ได้เลย

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:39

# ความคิดเห็นที่ : 55

แหม....วิวตรงนี้ดีจริงๆ นับว่าเป็น Unseen ของที่นี่เลยก็ว่าได้ ถ้าหากเพื่อนๆ ได้มีโอกาสแวะมาวัดเขาตะเกียบ ก็อย่าพลาดมาลุ้น หาดหินชันๆ แบบนี้กันหน่อย ถ้าหากว่ามากันหลายคน ผมกล้าลงไปเอาเท้าจุ่มน้ำนะครับ (แต่นี่ผมมาคนเดียว กลัวเป็นอะไรแล้วไม่มีใครช่วย แถมกล้องกับ GPS Pocket PC ของผมอาจต้องพังไปด้วย)

รูปนี้ กลัวไม่มีหลักฐานว่าผมมาจริงๆ ไม่ได้เอาภาพของคนอื่นมาโชว์ เลยแปะเป็น Picture In Picture ให้ดูกันเล่นๆ ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:39

# ความคิดเห็นที่ : 56

ภาพซ้าย : รูปปั้นนางเงือกตรงโขดหินนี่ พอเข้าไปดูใกล้ๆ จะพบว่าได้ชำรุด แตกหักไปเยอะ น่าจะมีการปรับปรุงซ่อมแซมให้ดีนะครับ มองไปข้างหลังจะเห็นศาลาทำบุญ และจุดชมโขดหินแถวนี้นั่นเอง

ภาพขวา : พื้นที่ตรงฐานรูปปั้นนางเงือกนั้น ได้ทำเป็นอ่างน้ำด้วย ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:40

# ความคิดเห็นที่ : 57

ภาพซ้าย : ตอนนี้ถึงเวลากลับละครับ แหงนขึ้นไปมอง อู้ฮู...สูงชันไม่เบา ต้องเหนื่อยกันหน่อย ตอนขากลับที่ต้องปีนขึ้น

ภาพขวา : มาถึงบันไดแล้ว ค่อยสบายหน่อย บริเวณนี้จะเป็นกุฎิพระครับ เวลาเดินต้องเงียบๆ อย่าส่งเสียงดังรบกวนพระนะครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:40

# ความคิดเห็นที่ : 58

ภาพซ้าย : ตอนนี้ผมกลับขึ้นมาถึงถนน ตรงเชิงบันไดหัวโค้งในรูปซ้ายคห.45 แล้ว มองขึ้นไปข้างบน ต้องเดินขึ้น(อีกแล้ว....) จึงจะถึง รถผมที่จอดอยู่ เจดีย์เขาตะเกียบ

เนื่อง จากสังเกตุได้ว่ามีรถยนต์ขับลงมาได้ ผมเลยนำสมาชิกขับรถลงมาที่ลานหน้าแท่นบูชา 1 รอบ แต่ไม่มีเวลา.. เพราะต้องรีบไปหาดหัวหินกันต่อ เพราะตอนนั้นเวลา บ่ายสี่โมงเย็นแล้ว

ภาพขวา : ตอนเดินขึ้นมา เห็นมีม้าแกลบบริการขี่ พานักท่องเที่ยว เดินสวนทางลงไป โอ้โฮ... มาบริการถึงนี่เชียวหรือครับ

ขอ จบกระทู้ตอนนี้ก่อน โปรดติดตาม ตอนสอง(จบ) ในสัปดาห์หน้า จะพาไปเที่ยวชมหาดหัวหิน (สำหรับผม ถือว่าตื่นเต้น เพราะเพิ่งมาครั้งแรก) แล้วเดินเลียบชายหาดขึ้นเหนือไปจนสุดหาด ทะลุออก สะพานปลา ที่เห็นไกลๆ ครับ

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:40

# ความคิดเห็นที่ : 59

ที่หัวหินนี่ มีจุดท่องเที่ยวเยอะเหมือนกันนะครับ ปกติก็มาแถวๆ เขาตะเกียบนี่แหละ เพราะในเมืองดูหนาแน่น จอดรถยาก เลยไม่เคยแวะสักที แต่ครั้งนี้ ตั้งใจไปหาดหัวหิน ซึ่งจะมาโพสให้ชมในตอนหน้า ครับ เลยเขาตะเกียบไปหน่อย ก็มีหาดเช่นกัน ตรงปากคลองตะเกียบ ก็น่าไปเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสจะลองแวะไปแถวนั้นบ้าง

เกือบ ลืมไป... ตอนกลับออกมา ผมได้จอดหน้าร้านอาหารสุภัทราริมทะเล ที่คาดว่าเป็นจุดเดิมที่รถโดยสารนำเที่ยวรถไฟมาจอด ตามในรูป คห.31 ซึ่ง เลยไปจากลานจอดรถที่เห็น ก็คือแนวเก้าอี้นั่งทานอาหาร ซึ่งเลยไปก็คือชายหาด ที่เคยเดินผ่านลงไปอย่างสบายๆ นะครับ (ตอนไปถ่ายภาพวันนั้น ผมยังคิดว่าเป็นโรงแรมเลย)

Author: mirage_II , Posted: 2010-08-28, 17:41

chaam

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสไอคอน :

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)