หัวหิน & ชะอำ : Review แบ่งกันชมภาพสวย

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน | Share

สะพายกล้องท่องหัวหิน Sala @ HuaHin #1

วันนี้ว่างๆเลยเข้ามารีวิวโรงแรมใหม่ของหัวหินให้ดูกัน เป็นการรีวิวตอนกลางวันครั้งแรกของผมด้วยครับ ยังไงตามมาเลยแล้วกันนะครับ

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:49

# ความคิดเห็นที่ : 1

การไปเที่ยวครั้งนี้เป็นการไปแบบมีเวลาตั้งตัวแค่ 2 วันครับ เนื่องจากก่อนหน้าไม่ได้มีโปรแกรมเลยว่าจะไปเที่ยว แต่พอดีนางแบบประจำตัวเค้าได้ voucher ที่พักของรีสอร์ทแห่งนึงแถวปราณฯจากเพื่อนของเพื่อนมาอีกที พอมาบอกกับผมก็เลยจัดการหารายละเอียดให้แล้วก็เลยตกลงใจกันว่าจะไปกัน แต่ไม่ไปที่ที่ได้ voucher มาหรอกนะครับ

----------------------------------------------------------------

พาไปเที่ยวเลยด้วยแล้วกัน ... ก่อนถึงหัวหินก็ต้องแวะซะหน่อย พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ...

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:27

# ความคิดเห็นที่ : 2

เนื่องจากไปดูข้อมูลเก่าๆของรีสอร์ทที่ได้ voucher มามันดูไม่น่าพักเท่าไหร่ ดูเก่าโทรมและร้างๆไงไม่รู้เลยตกลงกันใหม่ว่าไหนๆก็ตั้งใจจะให้มีทริปนี้ แล้วก็หาที่พักกันใหม่เลยแล้วกัน ผมเลยตั้งใจว่าจะหาที่พักเปิดใหม่ดีกว่าเป็นที่มาของการเข้าพักที่นี่ Sala @ HuaHin ส่วนรูปที่พักรอหน่อยแล้วกันนะครับ ตอนนี้พาเที่ยวก่อน haha

---------------------------------------------------------------

ก่อน เข้าไปด้านในสำหรับผู้ที่แต่งกายไม่สุภาพ เช่นเสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้นเหนือเข่า ต้องเดินไปลงทะเบียนยืมผ้าคลุมก่อน ร่วมถึงผู้ที่จะใช้กล้องถ่ายรูปต้องไปเขียนใบลงทะเบียนกล้องก่อนด้วยนะครับ

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:28

# ความคิดเห็นที่ : 3

การเข้าชม.. พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30-16.00 น. โดยคนไทยทั่วไปต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 30 บาทครับ

รูปที่ถ่ายมามีนิดเดียวนะครับเพราะว่าอากาศร้อนมากเลยทำให้เดินชมอยู่ไม่นาน

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:28

# ความคิดเห็นที่ : 4

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2467 ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง”

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:29

# ความคิดเห็นที่ : 5

ลักษณะเป็นพระตำหนักไม้สองชั้น หันหน้าออกสู่ทะเล พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า ประกอบด้วย พระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด พระที่นั่งสุนทรพิมาน เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา พระที่นั่งพิศาลสาครเป็นที่ประทับของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหมู่พระที่นั่งตรงกลาง ประกอบด้วยห้องต่าง ๆ สำหรับสำราญพระอิริยาบถ ห้องพักข้าราชบริพารที่คอยรับใช้ใกล้ชิด ห้องทรงพระอักษร และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่าง ๆ และเป็นโรงละครซึ่งเคยจัดแสดงละครครั้งสำคัญ 2 ครั้ง คือ เรื่องพระร่วง และวิวาห์พระสมุทร

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:29

# ความคิดเห็นที่ : 6

ในปี พ.ศ.2484 เจ้าพระยารามราฆพ ได้สร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชานุสรณ์ประดิษฐานไว้ ณ ท้องพระโรงพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และได้จัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต ของพระองค์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นประจำทุกปี

*****************************************************

อย่า ถามผมนะครับว่าพระที่นั่งไหนอยู่ตรงไหนเพราะผมไม่ได้เดินขึ้นไปชมด้านบน เพราะพอดีไปถึงพร้อมคณะทัวร์ใหญ่เลยต้องใช้เวลารอนานถ้าจะรอคิวขึ้นไปชมพระ ที่นั่ง

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:29

# ความคิดเห็นที่ : 7

สิ่งที่น่ายกย่องของสถานที่แห่งนี้ ได้แก่ ความตั้งใจและความพยายาม ที่จะสร้างที่ประทับ ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศอย่างแท้จริง พระที่นั่งและส่วนประกอบอื่นๆ ทั้งหมดจึงใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก มีลักษณะโปร่ง รับแสงแดด และลมทะเล ใต้ถุนสูง และมีหลังคาคุ้มแดด เดินถึงกันได้ตลอดทุกส่วน ฝ้าเพดาน ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อให้มีน้ำหนัก และแข็งแรงต้านลมทะเลได้ ความละเอียดรอบคอบ ในการสร้าง เห็นได้จากโคนเสาคอนกรีต ใต้ถุนอาคาร มีที่หล่อน้ำ กันมดแมลงด้วย

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:29

# ความคิดเห็นที่ : 8

สภาพของอาคารส่วนที่ได้รับการบูรณะแล้วในปัจจุบัน ทำให้เห็นถึงความงดงาม ความน่าสบาย และความกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้างของพระราชนิเวศน์ แห่งนี้ได้อย่างชัดเจน

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:30

# ความคิดเห็นที่ : 9

เมื่อแรกสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อยู่ใน ต.บางกรา แขวงเมืองเพชรบุรี (ปัจจุบัน ต.บางกรา อยู่ใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์) ที่บริเวณดังกล่าว เป็นป่าเขา ห่างจากชุมชน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้แบ่งพื้นที่ส่วนน้อย ที่ติดทะเล เป็นเขตพระราชนิเวศน์ ส่วนพื้นที่ส่วนใหญ่ ที่เหลือ ให้คงสภาพธรรมชาติไว้ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ที่มีมาแต่เดิม ทั้งให้ประกาศ เป็นเขตอภัยทานอีกด้วย บริเวณพระราชนิเวศน์จึงมีสัตว์ป่าชุกชุม โดยเฉพาะกวาง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ พระราชนิเวศน์ คือ มฤคทายวัน ซึ่งแปลได้ว่า "สวนกวาง"

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:30

# ความคิดเห็นที่ : 10

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ได้เสด็จมาประทับที่นี่สองครั้ง เมื่อ พ.ศ.2467 และ 2468 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายก่อนเสด็จสวรรคต หลังจากนั้นพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกทิ้งร้าง จนกระทั้งได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ตามรูปแบบเดิมทั้งหมด และเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ.2537

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:30

# ความคิดเห็นที่ : 11

การเดินทาง... จาก ใช้ ถ.เพชรเกษม ผ่านสี่แยกชะอำ โรงแรมรีเจนท์ชะอำ จนถึงหลัก กม.216 ซ้ายมือจะเป็นประตู ทางเข้าค่ายพระรามหก เข้าไปประมาณ 3 กม. มีป้ายบอกเป็นระยะ พระราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ริมทะเล ระหว่างทางเป็นแปลงปลูกพันธุ์ไม้ชายเลนขนาดใหญ่ จำนวนหลายแปลง ตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เช่น จาก โปรงแดง แสม โกงกาง

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:31

# ความคิดเห็นที่ : 12

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก http://www.tourthai.com/province/petburi/marukathaywan_t.php ครับ

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:31

# ความคิดเห็นที่ : 13

พาชมภาพไปเรื่อยๆแล้วกันครับ

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:31

# ความคิดเห็นที่ : 14

การขึ้นชมพระที่นั่งด้านบนจะให้ขึ้นชมรอบละ 20 คนใช้เวลารอบละ 10 นาทีครับ พอดีตอนไปเดินเข้าไปพร้อมกรุ๊ปทัวร์คนไทยเลยคิดว่าถ้ารอขึ้นไปคงเสียเวลานาน มากเลยตัดสินใจว่าไม่ขึ้นไปดีกว่า เพราะนางแบบประจำตัวก็เคยขึ้นไปแล้ว(สมัยก่อนถ่ายรูปด้านบนได้ด้วย..ตอนนี้ ห้ามถ่ายแล้ว)ผมก็เคยขึ้นไปเมื่อนานมาแล้ว

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:32

# ความคิดเห็นที่ : 15

นี่น่าจะเป็นเรือนข้าราชบริพารครับ

Author: saladbar008 , Posted: 2010-08-18, 17:32

# ความคิดเห็นที่ : 16

ใช้เวลาในการเดินชมแค่ประมาณ 30 นาทีทั้งๆที่ตอนนั้นน่าจะประมาณ 10 โมงกว่าๆ แต่อากาศร้อนมากๆครับ นางแบบประจำตัวที่เตรียมตัวมาดีแล้ว(นุ่งยีนส์ขายาวมา)แต่ก็พลาดตรงเสื้อแขน กุดเลยต้องยืมผ้าคลุมไหล่ ผ้าคลุมก็เก็บความร้อนดีมากเหงื่อแฉะคอและหลังไปหมดเห็นแล้วสงสารเลยเดิน กลับออกมาดีกว่า

Author: saladbar008 , Posted: